เฟอร์จิล ฟัน ไดก์
เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ (ดัตช์: Virgil van Dijk; เกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ปัจจุบันเล่นให้กับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ฟัน ไดก์เข้าร่วมฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกใน ค.ศ. 2014 ความสามารถของฟัน ไดก์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและได้รับการยกย่องให้เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก ฟันไดก์เป็นที่รู้จักจากความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และทักษะกลางอากาศเขาเป็นกองหลังคนเดียวที่ชนะรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า และได้อันดับรองชนะเลิศในสาขาผู้เล่นชายดีเด่นของฟีฟ่าของบาลงดอร์
สโมสรอาชีพ
โครนิงเงิน
ในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 เขาลงเล่นอาชีพให้สโมสรโครนิงเงินเป็นครั้งแรก โดยถูกเปลี่ยนลงมาแทน เพตเตอร์ แอนเดอร์สสัน ในนาทีที่ 72 ระหว่างชัยชนะ 4–2 กับเอดีโอ เดน ฮาก และในวันที่ 29 พฤษภาคม ในการเจอกับทีมเอดีโอ เดน ฮาก ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่เขาได้เจอในเกมแรกที่ได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรอง โดยนัดนี้เขาเป็นตัวจริงให้กับโครนิงเก้นเป็นครั้งแรกและยิงประตูแรกในอาชีพของเขา โดยทำประตูได้สองครั้งในการชนะ 5-1 ในการแข่งขันยูฟ่ายูโรปาลีกในรอบเพลย์ออฟ
ฤดูกาล 2018-19
ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ 2-0[13] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ ฟัน ไดก์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนธันวาคมของพรีเมียร์ลีก
ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 5-0[14] ต่อมา ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา 3-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[15] ต่อมา ในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู จากโปรตุเกส 4-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู 6-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[16]
ในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาล 2018-19 ส่งผลให้ ฟัน ไดก์เป็นนักเตะคนที่ 8 ของลิเวอร์พูล ที่ได้รับรางวัลนี้ถัดจาก มุฮัมมัด เศาะลาห์ (2017-18), ลุยส์ ซัวเรซ (2013-14), สตีเวน เจอร์ราร์ด (2005-06), จอห์น บาร์นส์ (1987-88), เอียน รัช (1983-84), เคนนี ดัลกลิช (1982-83) และเทอร์รี แม็คเดอร์ม็อตต์ (1979-80) รวมทั้ง ฟัน ไดก์ยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ร่วมกับ ซาดีโย มาเน, แอนดรูว์ รอเบิร์ตสัน และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 3 นักเตะของลิเวอร์พูล อีกด้วย ต่อมา ในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ที่เซนต์เจมส์พาร์ก 3-2 ต่อมา ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่วันดาเมโตรโปลิตาโน ในมาดริด, ประเทศสเปน สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 6 ได้สำเร็จรวมถึง ฟัน ไดก์คว้ารางวัล Man of the Match ในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วย
ฤดูกาล 2021-22
ในวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 ฟัน ไดก์กลับมาลงสนามครั้งแรกในรอบ 9 เดือน ในช่วงปรีซีซั่นที่เจอกับ แฮร์ทา เบเอ็สเซ ต่อมา ในวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ฟัน ไดก์ตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูลถึงปี 2025 ต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021–22 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะทีมเก่าของเขา เซาแทมป์ตัน 4-0 ต่อมา ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2022 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก 3-1 ต่อมา ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลีดส์ยูไนเต็ด 6-0
ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ

.jpg)